มูลนิธิส่งเสริมเอกลักษณ์ของชาติ
  • การไหว้
  • โขน
  • ผ้าไทย
«  เมษายน 2014  »
12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
27282930

รับข่าวสาร

สมัครเพื่อรับข่าวสาร
ยาสามัญประจำบ้าน

หากใครติดตามการเมือง จะพบว่านักการเมืองบางคนถูกตั้งฉายาว่า “ยาสามัญประจำบ้าน” ในความหมายของการเป็นบุคคลซึ่งเป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวาง เข้าไหนออกไหนได้ เป็นที่ยอมรับในหมู่นักการเมืองด้วยกัน และที่สำคัญ คือ มีความคล่องตัวในการรับใช้งานอะไรต่ออะไรอย่างครอบจักรวาล ดังที่พูดกันติดปากว่า “คิดอะไรไม่ออก บอก ... (นักการเมืองคนนั้น)”

แต่ในความหมายที่แท้จริงของยาสามัญประจำบ้านมีสมบัติอีกมากมายที่เป็นคุณแก่มนุษย์ ซึ่งไม่แน่ใจว่านักการเมืองที่ได้รับฉายานั้น จะมีมากน้อยเพียงใด โดยเฉพาะการไม่เป็นพิษเป็นภัยต่อมนุษย์ ซึ่งยาสามัญประจำบ้าน ค่อนข้างปลอดภัย หากใช้อย่างถูกต้องตามฉลาก

ประชากรไทยกว่า ๖๔ ล้านคน บริโภคยาเป็นมูลค่า(ต้นทุน) ปีละเกือบหกหมื่นล้านบาท เฉลี่ยต่อหัวสูงกว่าหลายต่อหลายประเทศในภูมิภาคนี้ มาตรการต่างๆ จึงถูกคิดขึ้น อย่างน้อยก็เป็นการหยุดยั้งความฟุ่มเฟือยหรือความไม่จำเป็นในการบริโภค ซึ่งมักเป็นไปตามกระแสการส่งเสริมการขายด้วยวิธีโฆษณาทั้งทางตรงและทางอ้อม ให้ข้อมูลด้านดีเพียงด้านเดียว ขณะที่ประชาชนผู้บริโภคขาดทั้งความรู้และข่าวสาร ยาสามัญประจำบ้าน จึงเป็นมาตรการหนึ่งซึ่งกฎหมายยาได้คัดเลือกยาแผนปัจจุบันหรือแผนโบราณให้เป็นยาสามัญประจำบ้าน โดยเลือกยาที่มีประวัติการใช้งานมายาวนาน มีสรรพคุณดีและพิษภัยน้อย เพื่อใช้รักษาพยาบาลเบื้องต้นสำหรับโรค หรืออาการพื้นๆ ที่เกิดขึ้นอย่างปัจจุบันทันด่วน และหากไม่บรรเทา จึงค่อยไปพบแพทย์หรือสถานพยาบาล เพื่อวินิจฉัยให้แน่ชัดต่อไป ยากลุ่มนี้กฎหมายอนุญาตให้วางขายได้ทั่วไป โดยไม่ต้องขอใบอนุญาตขายยา

ประกาศยาสามัญประจำบ้านฉบับล่าสุด (๒๘ มีนาคม ๒๕๔๒) เลือกโรคหรือกลุ่มอาการที่พบบ่อยและไม่รุนแรง แต่ละกลุ่มอาการจะมียาหลายขนาน แต่ละขนานมีตัวยาระบุความแรงต่ำสุดและสูงสุด เป็นช่วงความแรงที่ยาออกฤทธิ์ในการรักษา มิได้จำกัดความแรงตายตัวเหมือนในอดีต ทั้งนี้เพื่อให้ครอบคลุมสูตรยาต่างๆ ที่มีประวัติการใช้มานาน และวางขายกันแพร่หลายอยู่แล้ว อย่างไรก็ตาม จุดเน้นที่สำคัญคือการบังคับให้ระบุข้อมูลอย่างครบถ้วนตามประกาศ เพื่อให้ผู้บริโภคใช้ยาอย่างถูกต้องตามฉลาก

ตัวอย่างกลุ่มอาการที่ประกาศเป็นยาสามัญประจำบ้าน เช่น

  • กลุ่มยาแก้ปวดท้อง ท้องอืด ท้องเฟ้อ (ทางเดินอาหาร) มียาลดกรด ยาขับลม ยาแก้ท้องเสีย ยาระบาย ยาธาตุน้ำแดง ยาทามหาหิงคุ์
  • กลุ่มยาแก้ปวด ลดไข้ มียาพาราเซตามอล
  • กลุ่มยาแก้แพ้ ลดน้ำมูก มียาคลอเฟนิรามีน
  • กลุ่มยาแก้เมารถ เมาเรือ มียาไดเมนไฮดริเนท
  • กลุ่มยาบรรเทาปวดกล้ามเนื้อ แมลงกัดต่อย มียาหม่อง
  • กลุ่มยาบำรุงร่างกาย มีไวตามินต่างๆ ฯลฯ

อย่างไรก็ตาม เพื่อให้เป็นไปตามการค้าเสรี กฎหมายอนุญาตให้มีชื่อการค้าควบไปในชื่อยาสามัญประจำบ้านได้ แต่ต้องมีชื่อสามัญ หรือกลุ่มอาการนำหน้า แล้วต่อท้ายด้วยชื่อทางการค้า เช่น ยาหม่องตรา … ยาเม็ดบรรเทาปวด ลดไข้ พาราเซตามอล ตรา ... และที่สำคัญคือ ต้องมีข้อความบนฉลากครบถ้วนตามประกาศ ซึ่งจะมีบอกขนาด วิธีใช้ คำเตือน วัน เดือน ปี (พ.ศ.) ที่ยาสิ้นอายุ (ยาหมดอายุ) บนฉลากด้วย แถมท้ายด้วยคำว่า “ยาสามัญประจำบ้าน” มีขนาดตัวอักษรที่สามารถอ่านได้ชัดเจนภายในกรอบสีเขียว...

อาจมีความสับสน ระหว่าง “ยาสามัญประจำบ้าน” กับ “ยาตำราหลวง” ซึ่ง ยาตำราหลวงเป็นยาสามัญประจำบ้านที่องค์การเภสัชกรรมจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าไว้ โดยคงคำว่า “ยาตำราหลวง” ซึ่งในอดีต เป็นตำหรับที่ทางการผลิตขึ้นจำหน่ายให้ประชาชนตั้งแต่รัชกาลที่ ๕

ยาตำราหลวง จึงเป็นยาที่ควรมีไว้ใน ล่วมยา ในสมัยนั้น เช่นเดียวกับ ยาสามัญประจำบ้าน ควรมีไว้ในตู้ยา เพื่อการรักษาตนเองเบื้องต้นในปัจจุบัน

คงพอจะได้ภาพบ้างแล้วว่ายาสามัญประจำบ้านคืออะไร ดังนั้น หากจะนำไปใช้เทียบเคียงกับนักการเมือง ก็ขอแนะนำว่าต้องใช้ความคิดวิเคราะห์ให้จงหนัก เพราะการพิจารณาบุคคลมิได้ง่ายเหมือนอ่านฉลากยา และหากศึกษาถึงธาตุของคนเหล่านั้นอย่างถ่องแท้แล้ว คำว่า ยาสามัญประจำบ้านอาจไม่เหมาะอย่างที่เข้าใจ บางที คำว่า ยาอันตราย หรือ ยาควบคุมพิเศษ น่าจะเป็นฉายาที่เหมาะสมกว่า

***************************************

อ้างอิง : หนังสือวารสารไทย ฉบับ ๑๑๓ มกราคม – มีนาคม ๒๕๕๓,
สำนักงานเสริมสร้าง เอกลักษณ์ของชาติ สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี